วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

บันทึกที่13 


วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ.2563
เวลา 13:30 - 16:30 น.


ในสัปดาห์นี้เป็นการเรียนการสอนครั้งสุดท้ายอาจารย์ได้อธิบาย

กำหนดการส่งงาน กำหนดการสอบ




ประเมินอาจารย์ : อาจารย์อธิบายงานได้ละเอียด
ประเมินเพื่อน   : เพื่อนๆตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน
ประเมินตนเอง  : ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน

บันทึกที่12

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2563
เวลา 13:30 - 16:30 น.

ในสัปดาห์นี้อาจารย์ให้ส่งแบบสีงเกตคนละ1แผ่นก่อนเพื่อเช็คความเรียบร้อย เผื่อใครมีข้อผิดพลาดหรือข้อสงสัยอะไร อาจารย์จะได้ให้คำนี้แนะถูก



ประเมินอาจารย์ : อาจารย์อธิบายงานได้ละเอียด
ประเมินเพื่อน   : เพื่อนๆตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน
ประเมินตนเอง  : ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน



บันทึกที่11

วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563
เวลา 13:30 - 16:30 น.

ในสัปดาห์นี้อาจารย์เปิดโอกาสให้นักศึกษาถามในส่วนที่ยังสงสัย หรือมีปัญหาในการสังเกต
ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนมีปัญหาจากการสังเกต เนื่องจากต้องสังเกตจากคลิป และไลฟ์สด จึงไม่สะดวกสักเท่าไหร่


ประเมินอาจารย์  อาจารย์อธิบายให้นักศึกษาเข้าใจได้ดี
ประเมินเพื่อน  สนใจทำงานที่ได้รับเต็มความสามารถ
ประเมินตนเอง สนใจงานที่ได้ทำอย่างดี


บันทึกที่10

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563
เวลา 13:30 - 16:30 น.

  สัปดาห์นี้อาจารย์ได้ให้ส่งงานที่มอบหมาย พร้อมอธิบายเกี่ยวกับการทำแบบสังเกตพฤติกรรมของเด็กทั้ง4ด้านพร้อมมอบหมายงานให้นักศึกษาทำ แบบสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัยให้ทำการสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัย โดยใช้ แบบสังเกตตามแบบ 3  แบบ  1 แบบทะเบียนพฤติการณ์ 2 แบบสังเกตเเบบต่อเนื่อง  3 เเบบบันทึกสังเกตพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย  4 ชุดสุดท้ายคือแบบสังเกต

งานที่มอบหมายส่งในอาทิตย์นี้


ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ตั้งใจสอนอธิบายได้ละเอียดเปิดโอกาสให้ได้ถาม
ประเมินเพื่อน   : เพื่อนๆตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน
ประเมินตนเอง  : ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน



บันทึกที่9

วันศุกร์ ที่27มีนาคม พ.ศ.2563
เวลา 13:30 - 16:30 น.
เนื้อหา
  สัปดาห์นี้เรียนเนื้อหา เรื่อง การศึกษาพฤติกรรมเด็กปฐมวัย 

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลี้ยงดูเด็ก
     - พ่อแม่
     - ภูมิหลังของพ่อแม่                                                          
     - จิตวิทยาการเลี้ยงดู
     - ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลเด็ก
     - เด็ก
     - การเลี้ยงดูเด็กที่ผิดปกติ
     - ความผูกพันและวิธีการเลี้ยงดู

หลักการสังเกตว่าพฤติกรรมใดเป็นปัญหา
     - อายุและเกณฑ์ปกติของพัฒนาการ
     - ชนิดของพฤติกรรม
     - ความบ่อยหรือความถี่ของพฤติกรรม
     - ความรุนแรงที่แสดงออก
     - ขีดความอดทนของพ่อแม่ ครู ผู้ดูแลเด็ก
สุขนิสัยการนอนที่ดี      
 1.   กำหนดเวลานอนที่ชัดเจน
 2.   กิจกรรมก่อนนอนควรเป็นกิจกรรมที่สงบไม่กระตุ้นเด็กและปฏิบัติเป็นประจำ
 3.   สอนให้ลูกเข้านอนเอง
 4.   ห้องนอนควรเป็นห้องนอนอย่างเดียว
 5   ตั้งกฏเกณฑ์ว่าเมื่อเข้านอนแล้วไม่มีการลุกมาอีก

พฤติกรรมที่เป็นปัญหา
     - การร้องกลั้นหายใจ
     - การร้องอาละวาด
     - การดูดนิ้ว
     - เด็กขี้อาย
     - เด็กขี้อิจฉา
     - เด็กพูดปด
     - เด็กเล่นอวัยวะเพศ
     - เด็กดื้อ
     - คำหยาบ
     - เด็กก้าวร้าว
     - ปัญหาการกินในเด็ก  เด็กเบื่ออาหาร
     - ปัญหาการนอนในเด็ก

การประเมิน
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ตั้งใจสอนอธิบายได้ละเอียด
ประเมินเพื่อน   : เพื่อนๆตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน
ประเมินตนเอง  : ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน


บันทึกที่8

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563
เวลา 13:30 - 16:30 น.
 เนื้อหา

                    สัปดาห์นี้เป็นการเรียนออนไลน์ครั้งแรกที่ได้เรียนออนไลน์เนื่องจากมีสถานการณ์โควิด อาจารย์จึงได้ไลฟ์สดสอนโดนอาจารย์ได้พาไปสังเกตุพฤติกรรมเด็กว่ามีการทำอะไรบ้าง  การแสดงออกทางการกระทำ การพูด   หลังจากนั้นอาจารย์ก็ได้ให้สังเกตุพฤติกรรมเด็กจากในคลิปที่อาจารย์ส่งมาในกลุ่มเรียน ซึ่งเด็กมีพฤติกรรมดังนี้
                  พฤติกรรมเด็กคือเด็กได้เลียนแบบพฤติกรรมจากสิ่งของที่อยู่ข้างหน้า คือการหมุนตัวตามตุ๊กตายีราฟเหมือนกันกับทฤษฎีของ แบนดูรา ที่เชื่อว่าการเรียนรู้ส่วนใหญ่มาจากการสังเกต การจดจำหรือการเลียนแบบตามสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว





การประเมิน
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์พยายามทำข้อตกลงในการเรียนออนไลน์ และพยายามถ่ายทอดความรู้ให้เข้าใจกันทุกคน
ประเมินเพื่อน : ตั้งใจฟังอาจารย์สอน
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียน และทบทวนความรู้

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

บทความที่7

13มีนาคม 2563
เวลาเรียน 13:30-16:30น.

วันนี้เป็นการนำเสนอวิจัย
งานวิจัยเรื่องการศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต

การศึกษาระดับ
     ชั้นอนุบาล2

มหาวิทยาลัย
     มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ       

ชื่อผู้วิจัย
     ศรีวิไล เชาวน์ปรีชา

ปีการศึกษา
     2550

ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหาการวิจัย
     ประเด็นที่ 1 : เนื่องจากครูโดยทั่วไปมุ่งสอนเนื้อหามากกว่าสร้างเสริมลักษณะนิสัยของเด็กด้านพฤติกรรม                         ความสุข
     ประเด็นที่ 2 : ครูควรส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีความสุขสนุกชวนให้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
     ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ตั้งความมุ่งหมาย เพื่อศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยก่อน
และหลังการใช้กิจกรรมการศึกษาคุณค่าเพื่อชีวิตโดยรวมและจำแนกเป็นหลายด้าน คือ
     1. สนุกสนานกับประสบการณ์แห่งความสุข
     2. เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข
     3. เสริมสร้างทักษะทางสังคมสำหรับความสัมพันธ์ที่เป็นความสุข

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
     เพื่อศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต โดยรวมและจำแนกเป็นหลายด้าน คือ ด้านสนุกสนานกับประสบการณ์แห่งความสุข ด้านเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข และด้านเสริมสร้างทักษะสังคมสำหรับความสัมพันธ์ที่มีความสุข

ขอบเขตของการศึกษาวิจัย
     1. ประชากร
               ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 5 – 6 ปี กำลัง
ศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ)
แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
จำนวน 4 ห้องเรียน จำนวน นักเรียน 140 คน
     2. กลุ่มตัวอย่าง 
               กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชาย – หญิง อายุระหว่าง 5 – 6 ปีกำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) มา 1 ห้องเรียน จากจำนวน 4 ห้องเรียน และสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยการจับฉลากนักเรียนห้องที่สุ่มได้ เพื่อจัดเป็นกลุ่มทดลองจำนวน 15 คน

ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
     ตัวแปรอิสระ/ตัวแปรต้น /ตัวจัดกระทำ
     การใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต
     ตัวแปรตาม      พฤติกรรมความสุข

นิยามศัพท์เฉพาะ
     1. เด็กปฐมวัย หมายถึง นักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ
กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
     2. พฤติกรรมความสุข หมายถึง การแสดงออกมาที่สะท้อนถึงความสุขอยู่ในระหว่างที่ได้จัด
กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต หมวดบทเรียนความสุข โดยแสดงความรู้สึกเป็นการตอบด้วยถ้อยคำ และการแสดง
พฤติกรรมการปฏิบัติตน เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนมีพฤติกรรมความสุข ซึ่งวัดโดยแบบสังเกตที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

สมมุติฐานการวิจัย
     เด็กปฐมวัยที่ได้รับการใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิตมีพฤติกรรมความสุขสูงขึ้น

งานวิจัยนี้นำแนวคิดทฤษฏีทางการศึกษาพฤติกรรมใดมาใช้บ้าง
     1. สร้างความรักและศรัทธา ต่อการเรียนเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะจะช่วยให้นักเรียนเกิด
ความรัก ความสนใจต่อบทเรียน ต่อครู และผู้ร่วมเรียน การสร้างศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ โดยการสร้างความ
เข้าใจที่ตรงกัน ครูต้องเข้าใจนักเรียน ครูต้องเข้าใจตนเอง รู้บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ รู้สภาพ
ของตัวเอง
     2. เห็นคุณค่าจากการเรียนรู้ การเรียนของเด็กจะประสบความสำเร็จ เมื่อเขาเห็นคุณค่า
ของการเรียนรู้ว่าเรียนไปทำไม เรียนไปเพื่ออะไร เรียนแล้วได้อะไร เรียนแล้วจะเป็นอะไร เด็กจะเห็นว่า
บทเรียนแต่ละบทมีคุณค่าก็ต่อเมื่อสิ่งที่เขาเรียนนั้นเป็นประโยชน์ และมีความหมายต่อตัวเอง
     3. เปิดประตูสู่ธรรมชาติ การเรียนแต่เฉพาะในห้องเรียนบางครั้งอาจจะรู้สึกคับแคบและ
อึดอัดทั้งครูและเด็กจะรู้สึกสดชื่น และมีชีวิตชีวาขึ้นหากได้มีการออกไปนอกห้องเรียน เด็กนั้นตามธรรมชาติของเขาเป็นนักค้นคว้า และชอบเสาะแสวงหาคำตอบเกี่ยวกับโลกรอบตัว
     4. ความมุ่งมาดและมั่นคง การรู้จักตัวเอง รู้จุดดี จุดด้อยของตน ยอมรับสภาวะแห่งตน
ไม่ดูถูกตนเอง ไม่โทษคนรอบข้าง ใจกว้าง และพร้อมจะปรับปรุงแก้ไขรู้จักระงับอารมณ์ มั่นใจและตั้งใจจริง ย่อมจะนำความสำเร็จในชีวิต

วิธีดำเนินการวิจัย
     ประชากร
          ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร จำนวน 4 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 140 คน
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่นักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น อนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) มา 1 ห้องเรียน จากจำนวน 4 ห้องเรียน และสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยทำการจับฉลากนักเรียนห้องที่สุ่มได้ เพื่อจัดเป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 15 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
     1. แผนการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต
     2. แบบสังเกตพฤติกรรมความสุข

การดำเนินการวิจัย
     ในการวิจัยเรื่องการศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต
ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาตามลำดับขั้นตอนดังนี้
     1. การกำหนดประชากร และกลุ่มตัวอย่าง
     2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
     3. การเก็บรวบรวมข้อมูล4. การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูล
     ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป
     1. วิเคราะห์หาสถิติพื้นฐานของพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัย
     2. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนพฤติกรรมความสุข ก่อน – หลัง โดยใช้สูตร (t – test dependent )

การวิเคราะห์ข้อมูล
     1. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัย
หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบสังเกตพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยโดยใช้ดัชนี
ความสอดคล้องระหว่างลักษณะพฤติกรรมกับจุดประสงค์ (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2526 : 89)
( IOC = N , Σ R ) เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างลักษณะพฤติกรรมกับจุดประสงค์
Σ R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ

สรุปผลการวิจัย
     จากการวิเคราะห์ข้อมูลสรุปได้ดังนี้
     1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุขโดยรวมหลังการ
ทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
     2. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุข ด้านสนุกสนานกับ
ประสบการณ์แห่งความสุข ด้านเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข ด้านเสริมสร้างทักษะทางสังคมสำหรับ
ความสัมพันธ์ที่เป็นความสุข เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และ
สอดคล้องกับการสังเกตพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยขณะร่วมกิจกรรมที่ครูบันทึกไว้

ข้อเสนอแนะ
     1. การจัดทำแผ่นภาพกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิตที่แสดงออกถึงพฤติกรรมความสุขมาติดใน
ห้องเรียน ให้อยู่ระดับสายตา เป็นสื่อที่ดีให้เด็กเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม
     2. การใช้คำพูดที่เป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม
     3. ครูผู้สอนต้องทำตนเองให้มีคุณสมบัติที่สร้างบรรยากาศที่มีคุณค่าเป็นพื้นฐาน เป็นการ
สนับสนุนให้เด็กพัฒนาพฤติกรรมความสุขให้มากที่สุด
     4. ครูผู้สอนสามารถนำแผนการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิตไปประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัด
กิจกรรมหลักของเด็กปฐมวัยในแต่ละวันได้

เอกสารอ้างอิง / บรรณานุกรม
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ear_Chi_Ed/Sriwilai_C.pdf


สะท้อนองค์ความรู้ที่ได้จากวิจัย
     1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุขโดยรวมหลังการ
ทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
     2. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต มีพฤติกรรมความสุข ด้านสนุกสนานกับ
ประสบการณ์แห่งความสุข ด้านเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุข ด้านเสริมสร้างทักษะทางสังคมสำหรับ
ความสัมพันธ์ที่เป็นความสุข เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และ


สอดคล้องกับการสังเกตพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยขณะร่วมกิจกรรมที่ครูบันทึกไว้

วิทย์